โปรแกรมทัวร์
ผู้ชม
วันนี้ 53
เมื่อวาน 20
ทั้งหมด 96,496
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 53
เมื่อวาน 25
ทั้งหมด 115,244
A การเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ

1. สนามบิน เช็คเวลาเดินทางของสายการบินให้ละเอียดพร้อมทั้งสอบถาม อาคาร และหมายเลขเคาน์เตอร์ ให้แน่ชัดก่อนเดินทางสู่สนามบิน และควรเดินทางมาเช็คตั๋วก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

   

2. เอกสารการเดินทางที่สำคัญ ที่สุดของการเดินทางคือ หนังสือเดินทาง หรือ Passport จะต้องมีอายุเหลือ นับจากในวันเดินทาง อย่างน้อย 6 เดือน ** ควรตรวจเช็คหน้าวีซ่า (เฉพาะประเทศที่ต้องสมัครขอก่อนเข้าประเทศ) ว่าชื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางถูกต้องหรือไม่ / ตั๋วเครื่องบิน / เอกสารจองที่พัก รถไฟ เรือ ฯลฯ

   


3. การเช็คอินสายการบิน ใช้ตั๋วเครื่องบิน และหนังสือเดินทาง เตรียมกระเป๋าที่จะลงท้องเครื่องชั่งน้ำหนัก(การเตรียมตัวข้อ5) อยากจะนั่งตรงไหนหน้าต่าง หรือ ริมทางเดิน ก็แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบิน แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ ใบบรอดดิ้งพาส หรือบัตรระบุที่นั่ง พร้อมแทคกระเป๋า ตามจำนวนที่เราฝากลงท้องเครื่อง (สำคัญมากเพราะเป็นหลักฐานสำหรับใช้เคลมเมื่อกระเป๋าที่ฝากเกิดความผิดพลาดในการส่ง หรือเสียหาย)

  

    

4.ออกเมืองไปขึ้นเครื่อง หลังจากเช็คอินแล้ว ต้องเดินต่อไปยังส่วน ตรวจหนังสือเดินทาง (เดินตามป้ายที่มักใช้คำว่า Departure) หลังตรวจหนังสือเดินทางก็เดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) โดยเช็คในใบบรอดดิ้งพาส จะมีการตรวจความปลอดภัยอีกครั้ง ที่ประตูขึ้นเครื่อง แล้วขึ้นไปนั่งตาม Seat mที่ระบุในใบบรอดดิ้งพาส



5. บนเครื่อง ฟังอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และประตูฉุกเฉิน จากเจ้าหน้าที่สายการบินให้เข้าใจ ปิดโทรศัพท์ รัดเข็มขัดตลอดเวลา อย่าคุยเสียงดังรบกวนคนอื่น หรือนำอาหารกลิ่นแรงๆขึ้นไปกินบนเครื่อง เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มฟรีอยู่แล้ว(บางสายการบินที่ราคาต่ำอาจต้องจ่ายเงินสำหรับของที่ไม่อยู่ในรายการ)

   

6. การต่อเครื่อง transit ออกจากเครื่องแล้วเดินตามป้าย TRANSIT หรือ เช็คจอทีวีดูว่าจะต่อเที่ยวบินอะไร จะมีระบุว่าให้ไปที่ประตูหมายเลขใด เวลาเท่าไหร่เครื่องออก(เวลาท้องถิ่น) แล้วไปตาม Terminal หรือ Gate ที่ระบุไว้

   

7. ลงเครื่อง เดินตามป้าย ARRIVAL หรือ BAGGAGE CLAIM จะนำเราไปที่ตรวจคนเข้าเมือง เข้าแถวรอตรวจให้ถูกช่อง แล้วเดินไปยังรางรับกระเป๋า(จะมีจอทีวีใหญ่ ระบุว่ามาเที่ยวบินไหน ให้รับกระเป๋าที่รางกระเป๋าหมายเลขใด) รับกระเป๋าให้เรียบร้อย ผ่านศุลกากรจนถึงทางออกจากสนามบิน….

   



การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

1. ของใช้ประจำตัวที่สำคัญ ประเภท ยาประจำตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่โกนหนวด หวี เครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว ลิปมัน และหากมีผิวที่ไวต่อสารสารระคายเคือง ก็ควรนำสบู่ ครีมล้างหน้าติดไปเองด้วยจะดีกว่าคะ

   

2. เสื้อผ้า ควรมีการจัดเตรียมให้เหมาะกับสภาพอากาศ ก่อนเดินทางก็มาเช็คสภาพอากาศก็ได้คะ ควรวางแผนการใส่เสื้อผ้าในแต่ละวันก่อนเดินทาง เสื้อผ้าจะได้ไม่ขาดหรือเกินโดยไม่จำเป็น ***หากไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศหนาวมากๆ ควรมีเสื้อรัดรูป(ลองจอห์น) หมวกไหมพรม ถุงมือ และเสื้อกันหนาวที่อบอุ่นไปให้พร้อม



3. ชุดชั้นใน ทั้งท่านชายและท่านหญิงก็จัดไปตามจำนวนวันเลยคะ หรือหาประเภทใช้แล้วทิ้ง หากไปต่างประเทศนานๆก็พิจารณาเองนะคะ เพราะถ้าเที่ยวกับทัวร์หาโอกาสซักตาก ยากคะ

4. รองเท้า ที่มักเจอปัญหาบ่อยคือ โดนรองเท้ากัดเพราะเปิดกล่องรองเท้าใหม่ หากซื้อใหม่ก็ทดลองใส่ให้ชินเท้าก่อนนะคะ จะได้ไม่ต้องทรมานกับของใหม่ตอนไปเที่ยว ** หากต้องเดินบนหิมะควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางด้านล่าง ไม่ควรใช้รองเท้าพื้นเรียบ เพราะจะลื่นง่าย

   


5. กระเป๋าเดินทาง ควรจัดของให้พอดีกับกระเป๋า เพราะถ้าจัดของน้อยใส่กระเป๋าใบใหญ่เวลาขึ้นเครื่องกระเป๋าอาจถูกของคนอื่นทับจนบี้แบนเสียรูปได้ ถ้ามากเกินไปเวลาเขาโยนส่งกระเป๋าอาจทำให้กระเป๋าแตก หรือปริได้ นอกจากนั้นกระเป๋าที่หนักเกินไปจะทำให้หูกระเป๋า ล้อเลื่อนของกระเป๋า จากไปก่อนวัยอันควรได้ครับ ถ้าร้ายกว่านั้นคือ สายการบินบางที่จะไม่ยอมให้นำกระเป๋าที่หนักเกินไปขึ้นเครื่อง เพราะเขากลัวพนักงานเขาหลังหัก หรือท่านมาเคลมตอนกระเป๋าชำรุด คราวนี้มีอะไรอยู่ข้างในก็จะต้องแบ่งออกมาใส่กระเป๋าอื่น กระเป๋าโดยทั่วไปควรเกิน 20-25 กก. หรือ ยกด้วยแขนข้างเดียวแล้วกระเป๋าลอยขึ้นมาจากพื้นได้นั่นแหละคะจึงใช้ได้ กำหนดน้ำหนักกระเป๋าทั่วไปแต่ละใบไม่เกิน 20 กก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก. ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่ง คือควรทำสัญลักษณ์บนกระเป๋าของท่านให้ต่างจากกระเป๋าใบอื่นเช่นผูกโบว์ หรือติดป้ายชื่อเด่นๆ เพื่อป้องกันคนที่ใช้กระเป๋าที่คล้ายกับเราเขาหยิบผิดไปคะ “ถ้ามีรหัสล๊อกก็จดจำให้ดีนะคะ”

   


6. **เสบียงอาหาร อาหารในรายการทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่น ถ้าไม่ชินกับอาหารจีนก็เตรียมเสบียงอาหาร หรือเครื่องชูรสที่ชื่นชอบไปได้คะ ***บางประเทศ ห้ามนำพืช ผลไม้ ผักสด ผ่านศุลกากรเข้าสู่ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา จีน เป็นต้น

  

7. เมื่อมีเด็กเล็ก ควรนำของที่เด็กชอบเป็นพิเศษติดตัวไปด้วยคะ    

8. ข้อนี้ สำหรับสุภาพสตรีคะ อย่าลืมผ้าอนามัย เพราะบางที่ก็หายากคะ ติดไว้มั่นใจกว่า



9. เงิน และการแลกเงิน ควรติดเงินสดสกุลเงินของประเทศที่จะเดินทางไปจากเมืองไทยคะ จะได้ราคาที่ดี ถ้าเงินของบางประเทศไม่สามารถหาแลกได้ในเมืองไทย ก็ควรแลกเป็น US Dolla ไปแลกเงินท้องถิ่นอีกครั้งที่สนามบินหรือโรงแรมเมื่อเดินทางถึงแล้ว *** ควรมีบัตรเครดิตติดตัวไว้ตลอด

   


10. เวลา ควรศึกษาโซนเวลาของประเทศต่างๆก่อนเดินทาง จะได้กำหนดเวลาพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีแก้การปรับเวลาของร่างกายไม่ได้(เจตแลค) คือ พยามฝืนตัวเองอย่านอนกลางวัน และหัวค่ำ ให้นอนให้ดึกที่สุดในช่วงปรับตัว2 วันแรก



11.ไฟฟ้า ประเทศต่างๆมีระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทุกระบบ ***จะมีปัญหาก็ตรงหัวปลั๊ก จึงควรเตรียมหัวปลั๊กที่ถูกต้องติดตัวไปด้วย (สามารถซื้อได้ที่สนามบินขาออก)



12.มีดพับ กรรไกร ที่ตัดเล็บ ของมีคมฯลฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง ควรใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ แล้วเช็คอินลงใต้ท้องเครื่อง



13.ไม่ควรนำเครื่องประดับราคาสูงติดตัวไปด้วย เพราะเป็นอันตรายกับตัว และเสี่ยงจากการสูญหาย
 
14. กล้องและฟิล์ม ควรนำฟิล์ม แผ่นบันทึกภาพ ที่ชาร์ตไฟ และแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปให้พร้อมคะ




15. อื่นๆ แว่นกันแดด หมวก ร่มขนาดเล็ก ครีมทากันแดด หนังสืออ่านเล่น เกมส์ พิจารณากันตามสมควร



ข้อเสนอแนะ
การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน

1.ที่นั่งริมหน้าต่าง มีข้อดีคือท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่างได้ แต่ในการเดินทางระยะไกล อาจไม่สะดวกหากต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเข้าห้องน้ำหรือทำธุระอื่นๆ ซึ่งจะต้องลุกเดินผ่านที่นั่งด้านข้างเคียง ในกรณีที่เป็นคนแปลกหน้า อาจทำให้เกิดความรำคาญถ้าต้องเดินเข้า-ออก หลายครั้ง แต่หากเป็นคนรู้จักกันปัญหาคงน้อยลง ในกรณีที่คาดว่าจะต้องลุกออกจากที่นั่งบ่อยครั้ง ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งด้านริมทางเดินจะสะดวกกว่า

2.สำหรับการเลือกที่นั่งตอนหน้าหรือหลังของเครื่อง จะขึ้นกับประเภทของที่นั่งที่ท่านทำการจองไว้ แต่หากเป็นประเภทเดียวกัน การเลือกที่นั่งช่วงที่ห่างจากห้องน้ำ จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเนื่องจากผู้โดยสารที่เดินผ่านไป-มา แต่หากท่านคาดว่าจะต้องเข้าห้องน้ำหลายครั้ง หรือ ไม่สะดวกในการเดินอาจเลือกช่วงที่ใกล้ห้องน้ำก็แล้วแต่

3.นอกจากนี้การเลือกที่นั่งตอนหน้าจะได้รับการบริการจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก่อน เช่นการเสริฟอาหาร เนื่องจากขั้นตอนในการให้บริการ

4.ในปัจจุบันนี้สายการบินเกือบทุกสายการบินมักกำหนดให้เป็นเที่ยวบินปลอดบุหรี่ จึงไม่จำเป็นต้องเลือกที่นั่งเป็นพื้นที่สูบบุหรี่หรือไม่

สิ่งที่ควรระวังในการเดินทางไปประเทศต่างๆ บางประการ

1.ประเทศเนปาล เกิดปัญหาทางการเมืองที่รุนแรง มีการปฏิวัติการปกครอง หลายครั้ง ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นนองเลือด ระหว่างประชาชน ผู้ปกครองประเทศ จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หน่วยงานของผู้ปกครองประเทศ

2.ประเทศเขมร เป็นประเทศยากจนประเทศหนึ่ง จึงมีขอทานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก การให้เงินหรือสิ่งของกับขอทานเป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อท่านให้เงินเด็กขอทานไปหนึ่งคน จะมีเด็กขอทานอีกเป็นจำนวนมาก ตรงมายังท่าน รุมล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อขอเงินจากท่านอีกเป็นเวลานาน หรือจนกระทั่งท่านออกจากสถานที่แห่งนั้น เนื่องจากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้ในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่นารกร้าง พื้นที่ป่า บางแห่ง ยังคงมี ระเบิด หรือ กับระเบิดหลงเหลืออยู่ ยกเว้นในสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของประเทศ เช่น ปราสาทนครวัด นครธม หรือ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นท่านไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางหากไม่จำเป็น

 3.ประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าประเทศเกาหลีใต้ จะมีนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ ยังคงเคร่งครัดต่อนักท่องเที่ยวบางประเทศมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย เนื่องจากเขากลัวว่าผู้ที่เข้าประเทศบางส่วนจะหลบหนีเข้าไปทำงานอย่างไม่ถูกขั้นตอน ดังนั้นในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้แม้ว่าจะตั้งใจไปเที่ยวจริง ก็ต้องสมควรระมัดระวังในหลายเรื่อง เช่น การแต่งกาย และลักษณะท่าทางการแสดงออก

4.ประเทศจีน สถานที่เที่ยวในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่กว้าง และ อยู่ห่างกันมาก หรือต้องขึ้นบันไดสูง ดังนั้น ผู้ที่จะท่องเที่ยวควรมีสุขภาพที่แข็งแรง มีร่างกายพร้อมที่จะเดินเป็นระยะทางไกลๆ ได้สะดวก

การแจ้งนำของใช้ส่วนตัวไปต่างประเทศ

1.ถ้าต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุ-เทป ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับเข้ามาในประเทศจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อสิทธิในการยกเว้นภาษีอากร

2.ของต้องห้ามในการนำออกนอกราชอาณาจักร ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษ วัตถุระเบิด

3.ของต้องจำกัดในการนำออกนอกราชอาณาจักร หมายถึงสิ่งของบางชนิดที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออกผู้ที่ประสงค์จะนำหรือส่งออกไปต้องได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำมาเสนอต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำออกด้วย เช่น พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ สัตว์สงวนหรือสัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง แมว พันธุ์พืช เช่น ทุเรียน ลำไย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
B อาการ Jet Lag



ในปัจจุบันทุกคนมีการเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังประเทศต่างๆมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว การไปทำธุรกิจหรือการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งนักกีฬาก็เช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่มีการแข่งขันในต่างประเทศสิ่งหนึ่งที่ทางผู้จัดการทีม โค้ชและแพทย์ประจำทีมจะต้องคิดถึงก็คือเรื่อง Jet Lag (เจ๊ตแล็ก)

ความหมายของ Jet Lag 
Jet Lag เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ต้องใช้เวลานาน ๆ หลายชั่วโมงบนเครื่องบิน บินข้ามทวีปเปลี่ยนเวลาตรงข้ามกับที่เคยอยู่ประจำ เช่น กลางวันเป็นกลางคืน ต้องบินผ่าน Time Zones (โซนเวลา) มากน้อยแตกต่างกัน ผู้ที่มีอาการ Jet Lag มักเกิดจากการบินผ่านโซนเวลามากกว่า 3 โซน ขึ้นไป นอกจากนี้ทิศทางของการเดินทางก็มีส่วนสำคัญ (บางท่านบินจากตะวันออกไปตะวันตก หรือตะวันตกไปตะวันออก บางท่านบินจากเหนือลงใต้หรือจากใต้ขึ้นเหนือ) ที่ทำให้ เกิดอาการ Jet Lag มากน้อยแตกต่างกัน
กลุ่มอาการ Jet Lag ประกอบไปด้วย อาการต่าง ๆ ดังนี้ คลื่นเหียน วิงเวียน ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับ ง่วง เซื่องซึม สลบไสล หน้ามืด ตาลาย ท้องอืดแน่น เบื่ออาหาร จิตใจไม่แจ่มใส ความสามารถในการทำงานลดลง ซึ่งบางท่านอาจมีไม่ครบทุกอาการ หรืออาการมากน้อยแตกต่างกันออกไป
 
โซนเวลา (Time Zones) โดยปกติโลกใบนี้ของเรามีการแบ่งโซนเวลาออกเป็น 24 โซนเวลา ซึ่งเท่ากับ 24 ชั่วโมง เวลาของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไป มีการเปรียบเทียบกันโดยมีเส้นสมมุติ ที่ลากจากขั้วโลกเหนือไปยังขั้วโลกใต้และผ่านหอดูดาวของเมืองกรีนิช(Greenwich) ประเทศอังกฤษ เรียกว่าเส้น GMT หรือ Greenwich Mean Time
 
ประเทศที่อยู่ด้านตะวันออกของเส้นนี้จะอยู่ในโซนเวลาต่างๆกันไปจากโซนเวลา +1 จนถึงโซนเวลา +12 เช่นประเทศไทยอยู่ในโซนเวลา หรือ Time Zone +7 หมายความว่าถ้าหากประเทศเยอรมนีอยู่ในโซนเวลา + 1 และมีเวลา 13.00 น. ประเทศไทยอยู่ในโซนเวลา +7 (ต่างจากประเทศเยอรมนี 6 โซนเวลา) จะมีเวลาเท่ากับ 19.00 น. ในทางตรงข้าม ประเทศที่อยู่ด้านตะวันตกของเส้นนี้ จะอยู่ในโซนเวลาที่เป็นลบ (-) จากโซนเวลา -1 จนถึงโซนเวลา -12 ตัวอย่างเช่นประเทศไทยอยู่ในโซนเวลา +7 และเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อยู่ในโซนเวลา -5 ดังนั้นเวลาจึงแตกต่างกันถึง 12 ชั่วโมง เช่นเมืองนิวยอร์กเวลา 13.00 น. ประเทศไทยก็จะเป็นเวลา 01.00 น. และเป็นคนละวันกันด้วย
 
International Date Line (เส้นแบ่งวัน) จากที่กล่าวไว้แล้วว่าโซนเวลาทางด้านตะวันออกของเส้น GMT จะมีจาก +1 จนถึง +12 ในทางตรงกันข้าม โซนเวลาทางด้านตะวันตกของเส้น GMT จะมีจาก -1 จนถึง -12 หากท่านผู้อ่านลองนึกถึงโลกของเราเป็นลูกโลกกลม โซนเวลา +12 และ -12 ก็จะไปอยู่คร่อมกัน เส้นรอยต่อนี้เองที่เราถือกันว่าเป็นเส้นแบ่งวัน หรือ International Date Line
 
สาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการเจ๊ตแล็ก 
โดยปกติคนเรามีชีวิตอยู่ที่ใดนาน ๆ ร่างกายจะมีการทำงานที่คุ้นเคยกับเวลาของประเทศนั้น ๆ เช่น ตื่น 6 โมงเช้า มีกิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดเย็นและเข้านอนตอน 23.00 น. การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เป็นไปตามจังหวะเวลา ณ ประเทศที่ตนเองอยู่จนเป็นความเคยชินหรือบางทีเรียกว่า Biological Rhythms บางคนเรียกว่า นาฬิกาชีวิต Biological Clock (Circadian Rhythm) เมื่อมีการเดินทางข้ามโซนเวลามากกว่า 3 โซนขึ้นไปและหากมีการข้ามโซนเวลามาก ๆ ก็จะมีเวลาเปลี่ยนแปลงไปมาก กลางวันเป็นกลางคืน มีสิ่งกระตุ้นที่เป็นแสงสว่างแตกต่างกัน Biological Rhythms ในร่างกายของผู้ที่เดินทางปรับตามไม่ทันกับการที่ร่างกายของคนคนนั้นไปอยู่ในโซนเวลาใหม่ซึ่งมีสิ่งแวดล้อมต่างกันออกไป จนทำให้เกิดกลุ่มอาการดังที่กล่าวข้างต้น
 
ทิศทางของการเดินทางมีผลอย่างไร 
ผู้ที่เดินทางจากเหนือลงใต้หรือใต้ขึ้นเหนือและอยู่ในโซนเวลาเดียวกันจะไม่ค่อยมีผลต่อร่างกาย ส่วนผู้ที่เดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกพบว่าจะมีอาการ เจ๊ตแล็กมากกว่าเดินทางไปทางทิศตะวันตก โดยพบว่าผู้ที่เดินทางไปทางทิศตะวันตกจะใช้เวลาในการปรับตัวน้อยกว่าถึง 30-50%
 
ร่างกายใช้เวลานานเท่าใดในการปรับตัว 
มีผู้ที่ศึกษาเรื่องเหล่านี้ได้ให้วิธีคำนวณคร่าว ๆ ว่า หากท่านเดินทางข้ามโซนเวลาเท่าใด ท่านก็จะใช้เวลา (เป็นจำนวนวัน) เท่านั้นในการปรับตัว เช่นจากประเทศเยอรมนีมาประเทศไทย อาจใช้เวลาคร่าว ๆ ประมาณ 5-6 วัน ในการปรับร่างกายให้เข้าสู่สภาพปกติ 
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้การปรับตัวใช้เวลามากน้อยต่างกัน เช่น วัยและการตอบสนองของแต่ละคน เวลาที่ไปถึงจุดหมายปลายทาง หากเป็นเวลากลางคืนจะปรับตัวได้ง่ายกว่าไปถึงเวลากลางวันที่มีแสงสว่างค่อนข้างมาก
 
ข้อแนะนำเพื่อช่วยให้เกิดอาการน้อยลง 
- ปรับเวลาการเข้านอน-ตื่นนอน ให้ใกล้เคียงกับเวลาในประเทศที่เราจะไป อย่างน้อย 2-3 วัน หากสามารถกระทำได้ 
- เลือกการเดินทางที่จะไปถึงจุดหมายในเวลากลางคืน 
- บางคนแนะนำให้ท่านออกกำลังกายให้มากขึ้น 1 วันก่อนเดินทาง เพื่อที่จะให้ท่านอ่อนเพลียและหลับได้มากบนเครื่องบิน 
-ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน รับประทานอาหารไม่มากเกินไปและที่ย่อยง่าย ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะทำให้ร่างกายมีน้ำน้อยกว่าปกติ ทางที่ดีควรดื่มน้ำธรรมดาหรือน้ำผลไม้ให้ร่างกายมีน้ำให้เพียงพอโดยดูจากสีของปัสสาวะที่ค่อนข้างใส 
- เมื่อไปถึงประเทศเป้าหมายพยายามที่จะเข้านอนตามเวลาที่ควรจะเป็นของประเทศนั้น ๆ

C จัดกระเป๋าเดินทางอย่างมือโปร    Bag Packing Tips



หลังจากตั้งหน้าตั้งตารอวันที่ได้ไปสนุกกับทริปในฝัน พอถึงวันก่อนเดินทาง เชื่อว่าคุณๆ คงวุ่นวายใจกับการจัดกระเป๋า ด้วยกลัวจะไม่ลงตัว ต้องเอาอะไรไปบ้าง จะจัดอย่างไรให้ประหยัดพื้นที่ กลัวเอาของไปไม่พอ แต่ถ้าของเยอะก็กลัวน้ำหนักเกิน (ถ้าเดินทางโดยเครื่องบิน)
 หมดความกังวลใจไปได้เลยค่ะ เพราะเรามีเคล็ดลับ จัดกระเป๋าอย่างฉลาดไม่ให้พลาดของจำเป็น ครบครัน แบบกระเป๋าไม่ปริ มาฝาก…
 
Tips 1 เคล็ดลับจัดกระเป๋าให้ลงตัว
เลือกแบบของกระเป๋าให้เหมาะ กระเป๋าเดินทางมีหลายแบบหลากสไตล์ ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้สอยที่แตกต่างกัน คุณจึงควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานที่และประโยชน์ใช้สอย เช่น ถ้าทริปของคุณต้องเดินทางหลายวัน ก็ควรเลือกกระเป๋าเดินทางแบบหีบที่ทำด้วยวัสดุแข็งแรงทนทาน มีล้อเลื่อนและลากจูงได้เพื่อความสะดวกในการโยกย้าย แต่ถ้าเป็นการเดินทางแบบสมบุกสมบัน เช่น ลุยป่า ก็ควรเลือกกระเป๋าเป้จะดีกว่า เพราะช่วยให้ทะมัดทะแมงขึ้น หากเป็นชายทะเลหรือหมู่เกาะ การเลือกใช้กระเป๋าแบบถือ หรือเป้ที่ทำด้วยวัสดุกันน้ำดูจะเหมาะที่สุดค่ะ

 ก่อนแพ็ก ควรลิสต์รายการของใช้ที่จำเป็น (จริงๆ) ออกมาเสียก่อนที่จะเริ่มจัดกระเป๋า อาจจดใส่กระดาษแล้วเช็กดูให้ครบ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ระยะเวลาในการเดินทาง ของทุกชิ้นต้องมีประโยชน์และจำเป็นเท่านั้น

 ได้เวลาจัดวาง ก่อนอื่นควรกำจัดกลิ่นอับของกระเป๋าเสียก่อน โดยนำไปตากแดดสักพักหรือฉีดสเปรย์ป้องกันกลิ่นอับก็ได้ ไม่อย่างนั้นเสื้อผ้าของคุณอาจจะดูดซับกลิ่นอับเหล่านั้นค่ะ

 เลือกชุดให้เหมาะกับเนื้อที่ของกระเป๋า ถ้าไปเที่ยวแบบไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก กางเกงยีนตัวเก่งน่าจะเหมาะที่สุด เพราะสามารถใส่ได้หลายวันและใส่กับเสื้อได้หลายสไตล์ แต่ถ้าในทริปนั้นมีงานเลี้ยงด้วยคุณอาจต้องพกชุดสวยไปด้วย อาจเป็นชุดแซกผ้าเนื้อบางกับรองเท้ารัดส้น ดูจะประหยัดเนื้อที่ได้มากที่สุด แถมยังช่วยให้สวยมั่นใจอีกด้วย ส่วนคุณผู้ชายถ้าต้องใส่สูทก็แนะนำให้ถือแยกไปต่างหากค่ะ

 ม้วนเสื้อผ้าให้เล็ก ไม่ว่าจะเป็น ชุดลำลอง ชุดนอน ฯลฯ เปลี่ยนจากการพับเป็นการม้วนให้เล็กที่สุด นอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังไม่ทำให้เสื้อผ้ายับยู่ยี่จนไม่น่าดูอีกด้วย

 พับผ้าพันคอ ควรพับเป็นสี่เหลี่ยมแนวยาวแล้วม้วนชายสองด้านเข้าหากัน หรือจับมุมผ้าม้วนตามแนวทแยงไปถึงอีกมุม แล้วจับมุมซ้ายม้วนขดเข้ามาหามุมขวา

 รองเท้า รักษารูปทรงด้วยการใช้กระดาษ หรือถุงเท้ายัดเข้าไปที่บริเวณหัวรองเท้าเพื่อป้องกันหัวรองเท้าหักและช่วยประหยัดเนื้อที่ จากนั้นห่อด้วยถุงผ้าหรือถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง และวางไว้ชั้นล่างสุดของกระเป๋า

 ของใช้ส่วนตัว จำพวกสบู่ แชมพู ยาสีฟัน ครีมต่างๆ ควรมีขนาดเล็กที่สะดวกพกพา การแบ่งแชมพู หรือสบู่เหลวลงในขวดเล็กพลาสติก ต้องบีบไล่อากาศออกก่อนปิดฝาขวด เพื่อหลีกเลี่ยงแรงดันเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน จากนั้นซ้อนด้วยถุงซิปล็อกอีกชั้น
 

Tips 2 เคล็ดลับจัดเก็บเอกสารสำหรับการเดินทาง

 เตรียมเอกสารที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเดินทางใน หรือต่างประเทศ เอกสารสำคัญ เช่น เงินสด บัตรเครดิต บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน บัตรประจำตัวผู้เอาประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ ควรทำสำเนาอย่างน้อย 2 ชุด เผื่อในกรณีฉุกเฉินที่อาจมีการสูญหายเกิดขึ้น

 จัดเก็บ เอกสารสำคัญต่างๆ จะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด อาจเก็บในกระเป๋าที่สามารถคล้องคอได้ ไม่ควรเอาไว้ในกระเป๋าเดินทาง เพราะการนำออกมาใช้แต่ละครั้ง หากจัดเก็บไม่ดีอาจต้องเสียเวลาค้นหาหรือต้องรื้อของออกทั้งกระเป๋า ทำให้เสียเวลาจัดใหม่ แถมยังพานให้หงุดหงิดใจอีกด้วย
 
Trip Note เคล็ดลับสำหรับนักเดินทาง

 วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึง เพราะนอกจากคุณจะคำนวณระยะเวลาในการเดินทางได้แล้ว ยังสามารถวางแผนเรื่องการใช้จ่ายเงินได้ด้วย

เลือกสถานที่โดนใจ กำหนดสถานที่ที่ต้องการไปว่าในหนึ่งวันคุณจะไปที่ไหนบ้าง นอกจากช่วยจัดสรรเวลา ให้เหมาะสมแล้ว ยังได้เต็มอิ่มกับสถานที่อันน่าประทับใจแบบไม่มีวันลืม

 ตรวจสอบสภาพดิน ฟ้า อากาศ ทริปในฝันคงหมดสนุก ถ้าต้องสะดุดกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ทางที่ดี คุณควรตรวจสอบสภาพดิน ฟ้า อากาศ ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อคุณจะได้เที่ยวสนุกและปลอดภัยนั่นเอง

 ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ คุณควรไปตรวจสุขภาพเพื่อเช็กความพร้อม ของร่างกายก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ระหว่างเดินทาง

เอาล่ะ…ทุกอย่างพร้อม ทั้งกระเป๋าเดินทาง เอกสาร งบประมาณ ก็ได้เวลาขยับขาออกเดินทางตามให้ทันหัวใจที่โลดแล่นไปก่อนหน้าแล้ว…ขอให้สนุกนะคะ
 
อย่าลืม!
• ยาประจำตัว พลาสเตอร์ยา ยาปฏิชีวนะและยาใส่แผล อุปกรณ์เย็บผ้า แยกอุปกรณ์ต่างๆ ใส่กระเป๋าถือต่างหาก
• พกถุงพลาสติกติดกระเป๋าสำหรับแยกเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว เพราะช่วยกันการเปียกและกลิ่นได้ดี
• ควรแพ็กสัมภาระทุกอย่างลงในถุงพลาสติกก่อนทุกครั้งในการเดินทางช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ
• ควรมีกระเป๋าเป้เล็กสำหรับใส่กล้อง สมุดบันทึก ปากกา เงิน โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เพื่อหยิบใช้ได้สะดวก
เว็บสำเร็จรูป
×