โปรแกรมทัวร์
ผู้ชม
วันนี้ 94
เมื่อวาน 20
ทั้งหมด 96,537
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 94
เมื่อวาน 25
ทั้งหมด 115,285
การขอวีซ่า

ตรวจลงตรา (อังกฤษ: Visa) (Visa มาจากภาษาละติน หมายถึง เอกสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว) วีซ่าหรือตรวจลงตราเป็นเอกสารซึ่งประเทศใดประเทศหนึ่งได้ออกให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งภายใต้การพิจารณาของประเทศนั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว เพื่อเป็นการแสดงว่าได้อนุญาตให้ต่างด้าวบุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารถเดินทางเข้าประเทศผู้ได้ออกตรวจลงตรานั้นได้ ภายในช่วงระยะเวลาและขอบเขตของจุดประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ในการยื่นคำร้องขอรับตรวจลงตรา ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขณะเดินทางเข้าประเทศผู้ออกตรวจลงตรา

ปกติแล้วจะมีการประทับตรวจลงตราไว้ในหนังสือเดินทาง อาจเป็นในรูปแบบแผ่นสติ๊กเกอร์ ตราประทับ หรืออาจอยู่ในรูปเอกสารอื่นใดที่ไม่ได้ประทับลงในหนังสือเดินทาง ในปัจจุบันตรวจลงตราในบางประเทศเป็นแบบอิเล็คทรอนิคส์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ผ่านเครือข่ายในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งจะไม่ปรากฏเครื่องหมายใดๆในหนังสือเดินทาง หรือไม่มีเอกสารที่แสดงถึงการได้รับตรวจลงตราแล้ว ตรวจลงตราอาจเป็นเอกสารที่แสดงว่าบุคคลหนึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าหรือเดินทางออกจากพื้นที่ของประเทศอันเป็นของผู้ออก

การเดินทางในอดีตก่อนสงครามโลก ไม่ต้องใช้วีซ่าหรือตรวจลงตรา ครั้นมีสงครามเกิดความหวาดกลัวในเรื่องสายลับจึงทำให้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องทำการตรวจสอบบุคคลก่อนที่จะอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ประเทศของตน

ประเภทของวีซ่า

1.วีซ่าเดินทางผ่าน (Transit Visa) ปกติจะมีอายุประมาณ 5 วัน เพื่อเป็นทางผ่านไปยังประเทศอื่นที่เป็นจุดหมายอันไม่ใช่ประเทศที่ได้รับอนุญาตซึ่งวีซ่าเดินทางผ่าน

2.วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) เป็นวีซ่าที่มีจุดประสงค์ในการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวหรือสันทนาการ โดยไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจมาเกี่ยวข้องระหว่างการเดินทางนั้นๆ

3.วีซ่าธุรกิจ (Business Visa) เป็นวีซ่าเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการค้าหรือติดต่อธุรกิจในประเทศผู้ออกวีซ่า หรือกิจกรรมอื่นใดอันเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ในบางประเทศจะมีการรวมเอาการจ้างงานอย่างถาวรไว้ในการอนุญาตนี้ด้วย

4.วีซ่าทำงาน ชั่วคราว (Temporary Worker Visa) เป็นวีซ่าที่แสดงว่าบุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศนั้นได้ชั่วคราวตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในวีซ่า ส่วนใหญ่วีซ่าชนิดนี้ มีขั้นตอนวิธีปฏิบัติมาก การได้มาซึ่งวีซ่าจึงค่อนข้างยาก แต่มีช่วงเวลาการได้รับอนุญาตที่ยาวนานกว่าวีซ่าธุรกิจ

5.วีซ่า ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (On-Arrival Visa) เป็นวีซ่าที่ได้รับเมื่อเดินทางถึงประเทศที่เป็นจุดหมายการเดินทาง ซึ่งจะได้รับตรงจุดตรวจคนเข้าเมือง[4]

6.วีซ่าคู่สมรส หรือวีซ่าแต่งงาน (Spouse Visa, Partner Visa, Marriage Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้คู่แต่งงานไม่ว่าชายหรือหญิง ที่เป็นคู่สมรสของผู้ถือสัญชาติของประเทศนั้น ๆ สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศของอีกฝ่ายหนึ่งและพำนักได้ถาวรตามบุคคลในครอบครัว

7.วีซ่าคู่หมั้น (Fiancee Visa, Prospective Marriage Visa, settlement Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้คู่แต่งงานไม่ว่าชายหรือหญิง ที่มีความประสงค์จะเดินทางเข้าไปพำนักอยู่ในประเทศตามสัญชาติของอีกฝ่ายและจะต้องทำการสมรสผู้ถือสัญชาติของประเทศดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดตามวีซ่า และสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศของอีกฝ่ายหนึ่งและพำนักได้ถาวรตามบุคคลในครอบครัว

8.วีซ่านักเรียน (Student Visa) เป็นวีซ่าซึ่งอนุญาตให้ทำการเรียนในประเทศที่ได้รับวีซ่านักเรียนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในบางประเทศอาจใช้วีซ่าท่องเที่ยวแทน

9.วีซ่าท่องเที่ยวและทำงาน (Working Holiday Visa) เป็นวีซ่าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศผู้เป็นภาคี มีสาระสำคัญคือ สามารถเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและทำงานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้

10.วีซ่าการทูต (Diplomatic Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้แก่ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางทางการทูตหรือเพื่อการของรัฐของประเทศนั้นๆ

11.วีซ่านักเขียน (Jounalist Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้กับนักเขียนหรือผู้สื่อข่าวจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ

12.วีซ่าอพยพ (Immigration Visa) เป็นวีซ่าอนุมัติให้กับผู้ที่ต้องการอพยพไปตั้งถิ่นฐานยังประเทศที่อนุญาต

13.วีซ่าผู้รับบำนาญ หรือ วีซ่าผู้เกษียณ (Pensioner Visa หรือ Retirement Visa) เป็นวีซ่าซึ่งบางประเทศอนุญาตให้สำหรับผู้ที่สามารถแสดงตนได้ว่ามีรายได้ในต่างประเทศซึ่งไม่ใช่ประเทศที่ออกวีซ่าดังกล่าวให้ แต่ต้องเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และไม่มีความประสงค์ที่จะทำงานแล้ว มักมีการจำกัดอายุของผู้รับอนุญาต


รูปแบบวีซ่า

1.แบบเอกสาร เป็นหนังสือซึ่งวีซ่าแบบเอกสารอาจถือได้ว่าเป็นวีซ่าแบบเก่าแก่ เช่น การอนุญาตให้บุคคลเดินทางออกจากดินแดนของตน

2.ตราประทับ ใช้วิธีการประทับหรือพิมพ์การตรวจลงตราไว้ด้วยหมึก

3.แบบฉลาก เป็นการพิมพ์การตรวจลงตราไว้บนฉลากจากนั้นนำฉลากนั้นติดลงบนหนังสือเดินทาง

4.แบบอิเล็กทรอนิก เป็นรูปแบบล่าสุดของออกตรวจลงตรา ซึ่งจะบันทึกข้อมูลต่างๆไว้ในส่วนเก็บข้อมูลของหนังสือเดินทาง เมื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศผู้อนุญาตข้อมูลต่างๆจะถูกเรียกขึ้นมาดูผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันประเทศนิวซีแลนด์ใช้วีซ่ารูปแบบนี้

ข้อมูลเชงเก้นวีซ่า



ประเทศในกลุ่มสัญญา "เชงเก็น" (Visa Schengen) ได้แก่ ออสเตรีย เยอรมนี เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส กรีซ ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สเปน และสวีเดน

ผู้ที่ต้องการเดินทางในเส้นทางของกลุ่มประเทศ เชงเก็น ให้ยื่นคำร้องวีซ่าเชงเก็นต่อสถานทูต ของประเทศที่เป็นประเทศหลักของการเดินทาง หรือใช้ระยะเวลาอยู่ในประเทศนั้นๆ นานที่สุด แต่ถ้าไม่มีประเทศหลักของการเดินทางให้ยื่นคำร้องขอวีซ่าต่อสถานทูตของประเทศที่จะเดินทางเข้าไปเป็นประเทศแรก ทั้งนี้การยื่นขอวีซ่า สามารถยื่นคำร้องขอแบบเดินทางเข้า-ออกครั้งเดียว หรือเข้า-ออกหลายครั้งก็ได้ แต่รวมเวลาพำนักทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มสัญญาเชงเก็น      

ส่วนประเทศอื่นในยุโรป ก็ต้องขอวีซ่าตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก่อนไปขอวีซ่าประเทศไหน โทรไปสอบถามที่สถานทูตประเทศนั้นๆ ก่อน ก็น่าจะดี จะได้ทราบว่าต้องนำเอกสารหลักฐาน หรือต้องเตรียมค่าธรรมเนียมไปเท่าไร วีซ่านี้เที่ยวได้ในกลุ่มเท่านั้น อย่างอังกฤษ ต้องขอวีซ่าใหม่ ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าเชงเก็น 39.95 ยูโร

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า      
มีหลายประเทศที่รัฐบาลทำความตกลงเอาไว้เพื่อให้เดินทางไปมากันได้สะดวก และมีอีกหลายประเทศที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยเป็นพิเศษ ปัจจุบัน (27 มี.ค. 2550) มีอยู่ 18 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ที่ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้แก่

1. อาร์เจนติน่า (อยู่ได้ 90 วัน)
2. บาห์เรน (อยู่ได้ 14 วัน)
3. บราซิล (อยู่ได้ 90 วัน)
4. บรูไน (อยู่ได้ 14 วัน)
5. ชิลี (อยู่ได้ 90 วัน)
6. ฮ่องกง (อยู่ได้ 30 วัน)
7. อินโดนีเซีย (อยู่ได้ 30 วัน)
8. เกาหลีใต้ (อยู่ได้ 90 วัน)
9. ลาว (อยู่ได้ 30 วัน)
10. มาเก๊า (อยู่ได้ 30 วัน)
11. มาเลเซีย (อยู่ได้ 30 วัน)
12. มัลดีฟส์ (อยู่ได้ 30 วัน)
13. เปรู (อยู่ได้ 90 วัน)
14. ฟิลิปปินส์ (อยู่ได้ 21 วัน)
15. รัสเซีย (อยู่ได้ 30 วัน)
16. สิงคโปร์ (อยู่ได้ 30 วัน)
17. แอฟริกาใต้ (อยู่ได้ 30 วัน)
18. เวียดนาม (อยู่ได้ 30 วัน)

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ปัจจุบันรัฐบาลไทยก็มีความตกลงกับ 39 ประเทศให้สามารถเดินทางไปราชการได้โดยไม่ต้องใช้ Visa รายชื่อประเทศดูได้ใน www.consular.go.th ในหน้าของกองตรวจตราฯ

ประเทศในกลุ่มเชงเก้นวีซ่า
1. ประเทศออสเตรีย
2. ประเทศเบลเยี่ยม
3. ประเทศเดนมาร์ค
4 ประเทศฟินแลนด์
5  ประเทศฝรั่งเศส
6. ประเทศเยอรมนี
7. ประเทศกรีซ
8. ประเทศอิตาลี
9. ประเทศลักเซมเบิร์ก
10. ประเทศเนเธอแลนด์
11. ประเทศโปรตุเกส
12. ประเทศสเปน
13. ประเทศสวีเดน
14. ประเทศไอซ์แลนด์
15. ประเทศนอร์เวย์
16. ประเทศเอสโทเนีย
17. ประเทศลัตเวีย
18. ประเทศลิธัวเนีย
19 ประเทศมอลตา
20. ประเทศโปแลนด์
21. ประเทศสาธารณรัฐเชค
22. ประเทศสโลวาเกีย
23. ประเทศสโลเวเนีย
24. ประเทศอังการี
เว็บสำเร็จรูป
×